ปาล์มเป็นใคร

ชาติ กำเนิด

เกิดเมื่อ วัน พฤหัสบดี ที่ 19 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2527 ปีชวด

กำเนิด ที่ บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 3 บ้านหนองศาลา ตำบลท่าลาด อ.วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ถือกำเนิดในครอบครัวลูกชาวนา พ่อแม่แยกทางกัน
อาศัยเติบโตกับคุณแม่และยาย? เติบโตมาจากการเลี้ยงดูของสายฝ่ายแม่

เกิดมาในช่วงครอบครัวตกอับที่สุด จึงมีชีวิตในวันเด็กที่ลำบากมากพอสมควร สู้ชีวิตจนเรียนมหาวิทยาลัย

เรียน จบเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ตั้งใจจะเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย
แต่ทุกวันนี้พลิกผลันกลายมาเป็นครูสอนแก้กรรม โดยความไม่ตั้งใจ

อาหารหลักสมัยเด็กของปาล์ม

อาหาร สมัยเด็กๆ? คือไข่เจียว กับข้าวเหนียว? ถึงที่บ้านไม่ได้มีฐานะรวยอะไร? แต่ไม่เคยเข้าเกณท์เด็กขาดสารอาหารเลย เป็นเด็กที่ตัวโตที่สุดในรุ่นด้วยซ้ำ? สมัยประถมมีเพื่อนร่วมห้อง 35 คน ปาล์มตัวสูงที่สุดในห้อง บางวันไม่มีกับข้าวพอถึงเวลาหิว ก็เอากระปุกน้ำตาลทราย มาเทออก แล้วเอาข้าวเหนียวจิ้มกิน อิ่มก็ไปนอน? อาหารหลักจริงๆ คือข้าวกับน้ำตาลทราย? แต่จะเป็นคนที่กินข้าวตรงเวลานอนตรงเวลามาก? อยู่ในระเบียบวินัยตลอด

เด็กมีอำนาจพิเศษติดตัวตัวมา ฝันแม่น บอกหวยแม่น

ปาล์ม ตั้งแต่สมัยเด็กๆ สามารถจำความได้จริงๆ ตั้งแต่สมัยที่อายุได้ประมาณ 9 เดือน ซึ่งสมัยนั้นยังเดินไม่ได้ เป็นคนที่มีความสามารถพิเศษคือจำแม่น ฟังอะไรเพียงครั้งเดียวแล้วจำขึ้นใจ จำได้ไว และแม่นยำในการจดจำด้วย ความสามารถอีกอย่างคือความฝันที่แม่นยำ หากฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า? มักจะเกิดขึ้นจริงๆ ในเวลาต่อมา? สมัยเด็กประมาณ 3 ขวบ? ให้หวยคนถูกมากราย เพราะคนสมัยก่อนจะชอบถามหวยจากเด็ก เพราะถือว่าจิตเด็กยังบริสุทธิ์จะหยั่งรู้

ทางผู้ใหญ่ถามว่า เลขจะออกอะไร? ปาล์มก็ตอบไปไม่รู้ประสาเด็ก? คนก็ถูกหวยหลายรอบ ไปไหนมาไหนจึงเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่ค่อนข้างเอ็นดู ผิวขาวอมเหลือง แก้มเต็มมีลักยิ้ม มักได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ พอคนถามหวยมากๆ

อายุประมาณ 5 ขวบ เริ่มหยุดใบ้หวย? ปาล์มตอบคนไปแต่ว่า บอกหวยไม่ได้ เขาไม่ให้บอก

ไม่ว่าใครมาขอหวยก็ช่าง? ทีนี้ปาล์มไม่ได้บอก
เหมือนมีนัยว่ามีอะไรที่อยู่กับปาล์ม? เขาไม่ให้บอกหวยต่อไป เพราะมันไม่ดี

เล่นคนเดียวได้ทั้งวัน ผู้ใหญ่สงสัย เห็นทีเด็กจะบ้า

สมัย ปาล์มเป็นเด็กอายุประมาณ 3-6 ขวบนั้น ยังอยู่แต่กับครอบครัว? บ้านก็อยู่ห่างไกลจากผู้คน? เพราะทำนา ไม่ค่อยได้ไปวิ่งเล่นกับเด็กที่อื่นๆ? แม่ก็มีเราเพียงผู้เดียว มีหมาตัวหนึ่งเป็นพันธ์บางแก้ว นำมาเลี้ยงตอนปาล์มได้ 3 ขวบ แต่เวลาที่ผู้ใหญ่ลงทำนานั้น ปาล์มจะเล่นคนเดียวที่คูนา คนเดียวตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง ผู้ใหญ่ขึ้นมาพักทานอาหารเที่ยง ก็จะเล่นอยู่คนเดียวพูดอยู่คนเดียวทั้งวัน เล่นกับต้นไม้ใบหญ้า สมมติเป็นคนขึ้นมาชื่อนั้นชื่อนี้

ผู้ใหญ่ๆ? หลายคนเขามาถามปาล์มว่า พูดกับใครทั้งวัน
ทางเราก็เงียบ? แต่เรารู้แน่ว่า ทางเราไม่ได้เล่นคนเดียวแน่ๆ

ความรู้รอบมาจากทีวี รักษาสัจจะเป็นที่หนึ่ง

ปาล์ม มีความชอบอีกอย่าง? คือการดูทีวี? สมัยนั้นทั้งหมู่บ้านมีทีวี 2 เครื่อง
คือบ้านพ่อใหญ่กรเป็น ทีวีธานินทร์? ส่วนบ้านญาติห่างๆ อีก 1 เครื่อง

คุณ ยายจะสั่งไว้ว่า หากได้ยินเสียงพระตีกลองเพล ให้กลับมาบ้านเรานะลูก ปาล์มจะเดินไปดูทีวีทุกวันหลังทานอาหารเช้าเสร็จ พอถึงเพล ก็จะรีบกลับบ้านเองทุกวัน ไม่เคยผิดเพี้ยนเวลา ไม่เคยเถลไถล หากผู้ใหญ่พูดไว้คำไหน ก็ทำตามคำนั้น ไม่เคยผิดคำพูด ไม่ชอบการโกหก

รายการ ทีวีทุกรายการ รู้หมด รู้เวลาที่รายการต่างๆ จะเล่นให้ดูรู้ทันหมด หากผู้ใหญ่อยากรู้รายการใดๆ สอบถามได้? ?พอเริ่มโตขึ้นมาหน่อย? ที่บ้านเลยซื้อทีวีมาให้ดูเอง สมัยนั้นซื้อมาเครื่อง 8 พันบาท แพงมาก ทองคำรูปพรรณสมัยนั้นประมาณ บาทละ 4 พันบาท

จากนั้นการเรียนรู้ ต่างๆ จึงเริ่มขึ้น ทักษะภาษาไทยต่างๆ สิ่งดีๆต่างในทีวีมีมากมาย ตอนเด็กชอบดูเจ้าขุนทอง? เพราะสอนอะไรดีๆเยอะ และตัวละครดูสนุกดี? ปาล์มจึงมีความเก่งทักษะภาษาไทย และสังคมศาสตร์ ไม่เคยสอบตกเลย? ความรู้ที่เด็กรุ่นเดียวกันไม่ค่อยรู้ ก็มาจากทีวีนี่แหละ สิ่งที่ชอบอีกอย่างคือ ละครจักรๆวงๆ? ช่วง 7? ดูทุกเรื่อง ชอบมาก?เช่น โสนน้อยเรือนงาม นางสิบสอง ขวานฟ้าหน้าดำ

ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 1 บาท

สมัย เด็ก? ตั้งแต่อนุบาล จนถึงชั้น ป.2 ปาล์มได้เงินไปโรงเรียนวันละ 1 บาท 1 บาท ซื้ออะไรไม่ค่อยได้หรอก สมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ 7 บาท? ส่วนใหญ่ปาล์มเก็บไว้ เอาไว้ซื้อของที่อยากได้เวลาปีใหม่ เพราะที่บ้านจะพาไปเที่ยวเพียง ปีละ 1 ครั้ง คือในวันปีใหม่ เท่านั้น? ไปเที่ยวสวนสัตว์อุบลฯ แล้วก็แวะตลาดวาริน

พอขึ้น ป.3 มีลูกของน้าสาว มาฝากยายเลี้ยงให้ น้าส่งเงินมาช่วยที่บ้าน? ปาล์ม
เลยได้เพิ่มเงินไปโรงเรียน คือได้เพิ่มมา 1 บาท ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 2 บาท จนจบ ป.6

สมัยมัธยม ได้เงินไปโรงเรียน วันละ 20 บาท จนจบ ม.6?
ค่ารถไปกลับ ก็ 10 บาท เหลือ 10 บาท ซื้ออะไรได้ ส่วนใหญ่ห่อข้าวไปกินเอง

ชีวิตที่สบายจริงๆ คือชีวิตในมหาวิทยาลัย

ที่มาของอำนาจจิตซึ่งใช้ในการดูดวง หรือการรักษาโรคให้คน ของปาล์ม

ทำอย่างไรจึงได้มา ยากหรือง่าย เพียงไร

ใน จิตใจลึกๆของปาล์ม เป็นคนที่ชอบชีวิตการบวชแต่ไหน? แต่ไร เพราะเห็นว่าสงบดี
ใจลึกๆนั้น อยากจะบวชตลอดเวลา แต่เนื่องด้วย ภารกิจทางโลกที่หมุนเวียนไป

จะไปบวชก็ไม่ได้? ?ตั้งใจไว้ว่าจะบวชตั้งแต่ชั้นประถม จนเข้ามัธยมต้น เรื่อยไปจนทุกวันนี้
เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว พึ่งได้บวชแค่ 9 วันตามปะเพณี ซึ่งนับว่าน้อยมาก

ช่วง อยู่มัธยมเวลามีปัญหาครอบครัวบ้าง เรื่องการเรียนที่วุ่นวายมากบ้าง เวลาเกิดความเครียดขึ้นมา จะอ่านหนังสือธรรมะ เพราะชอบอ่านแล้วให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตที่ดี? หนังสือธรรมะแทบทุกเล่มในห้องสมุด ไม่มีเล่มไหน ที่ไม่เคยอ่าน แต่สิ่งที่ชอบมากคือเรื่องอิทธิฤทธิ์หรือความพิเศษที่เกิดจาการฝึกจิต เช่น การเหาะเหินเดินอากาศ การหยั่งรู้ใจคน

ชอบอ่าน ประวัติการปฏิบัติธรรมของพระธุดงค์กรรมฐาน ที่ท่าน
ฟันฝ่าอุปสรรคในการปฏิบัติธรรม จนได้บรรลุคุณธรรมขั้นสูง หรือจนได้อภิญญาบ้าง

ปาล์มเองจึงได้เริ่มสนใจเรื่องของการฝึก กสิณ? เริ่มใช้กสิณแสงสว่าง หรืออาโลกสิณ
เป็นอย่างแรก และได้จับภาวนาแบบอานาปานสติ กรรมฐาน พุท-โธ? ควบกันไปด้วย

การ ฝึกปฏิบัติก็ เป็นไปด้วยดี? จนเมื่อประมาณ? สมัยเรียน ม.2 สามารถเข้าสมาธิได้นาน?
อย่างต่ำ 3 ชั่วโมง? แต่เป็นสมาธิแบบดิ่งลึก คือเข้าไปสงบ อิ่ม?
สบายกาย? สบายใจ แต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถหยั่งรู้ หรือเห็นอะไรทั้งสิ้น

ใช้พุท-โท ไปเรื่อยๆ? จิตเข้าสงบไปเรื่อยๆ ช่วงแรกขณะที่ฝึก
นั่งไปประมาณ 30 นาที จะปวดขามากๆ แล้วก็เลิก

แต่หลายๆวันเข้า ลองนั่งต่อไม่ขยับ ปล่อยให้มันปวดไปอย่างนั้น

ช่วง ที่ปวดปวดมากๆ เหมือนกระดูกจะระเบิดออกมา แต่ก็กัดฟันทน จะสู้ดูว่า มันจะเป็นอย่างไรต่อไป ผ่านไปอีกประมาณ 30 นาที ทีนี้แทบใจจะขาดตาย ปวดมาก อยากจะหยุดนั่ง แต่ก็ได้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่หยุด ก็เลยทำต่อไปเรื่อยๆ

สุดท้าย? ปลงใจมันจะปวดตาย เชิญเลย? ?อึดใจเดียวเหมือนหลุดไปอีกหนึ่งโลก? คือหายปวดเมื่อยใดๆ ทั้งสิ้น? มีแต่ความสุขใจ สุขมากๆ? ไม่อยากออกจากสมาธิ? มารู้ตัวอีกที? ลืมตาขึ้น? ค่ำแล้ว ต้องรีบไปทำงานบ้าน ทีนี้หล่ะ เมื่อเหยียดขาออก ปวดมากๆแทบขาระเบิดอีกวาระ ปวดกว่าตอนเข้าสมาธิแรกๆอีก

ช่วงนั้นติดสุขในสมาธิมาก? แต่ก็ยังไม่ได้ไปสอบถามครูบาอาจารย์ใดๆ? ฝึกเอง มีความสุขเอง ก็ค้นคว้าไปเรื่อยๆ ใฝ่หาความรู้ไปเรื่อยๆ ในหนังสือ เพื่อให้เกิดการบรรลุอภิญญา เพราะใจปาล์มฝึกหนึ่งหล่ะ ชอบฝึกแล้วสงบดี สองฝึกแล้วอยากได้อิทธิฤทธิ์

การเข้าไปสงบในสมาธินั้น สามารถทำได้ทุกเวลา นานเท่าไหร่ก็ได้
แต่เมื่อมาคิดดูแล้ว ไม่เกิดประโยชน์? เพราะว่า ไปสงบแต่ทว่า ไม่ เกิดอิทธิฤทธิ์ใดๆ ขึ้นมา

การ นั่งสมาธิแต่ละครั้ง? ไม่ได้มานั่งในห้องแอร์เย็นๆหรอกนะ นั่งบนบ้านชั้นสอง หลังคาบ้านสังกะสี แดดเปรี้ยงๆ? ไม่มีดาดฟ้า ไม่มีฉนวนกันความร้อน บ้านไม้ หลังคาสังกะสี ร้อนมากๆ อุณหภูมิ ประมาณ 43 องศา หรือมากกว่าก็อาจจะเป็นได้ เพราะนั่งช่วง 13.00 น. ไร้พัดลม ทำไมนั่งช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงว่าง ไม่มีใครทำงานอะไรหรอก มันร้อนมาก ที่อุบลฯ? ช่วงนี้เขาหยุดพักกัน ทางเราก็ได้โอกาสนี้แหละนั่งสมาธิ และบนบ้านไม่มีใครขึ้นไปยุ่งกับเราแน่ เพราะมันร้อนมากๆ

ทำงานอีกที? เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน คืออากาศเย็นลงแล้ว

เราก็นั่งมันแทบทุกวัน สิ ช่วงว่างๆ เพราะนั่งแล้วสุขมากๆ

มี วันหนึ่งที่มุ่งมั่นมาก ประมาณ อยู่ชั้น ม.3 แล้ว วันนั้นตั้งใจว่าฉันไม่สำเร็จอภิญญา ฉันไม่หยุดนั่งแน่ ต้องได้ญาณหยั่งรู้ ก็นั่งดิ่งไปตั้งแต่ ประมาณ 13.00 น. ไปจนจะถึง 6 โมงเย็น ลืมตาขึ้น เหมือนเดิม ไม่ได้อะไรเลย สุดท้ายถอดใจ ไม่ได้ก็ไม่เอา คงไม่ได้แล้วหล่ะ ถอดใจ

แต่ก็ไม่ทิ้งนะ? ทบทวนตนเองตลอด ฝึกตนตลอด? นั่งสมาธิเรื่อยๆ? ไม่เคยทิ้งการทำสมาธิ

เรื่อง ธรรมะรู้เห็นเป็นที่หนึ่ง? ประจำรุ่น ไม่เคยได้ต่ำกว่าเกรดสี่? วิชาพระพุทธศาสนา แบบว่า
ไม่อ่านหนังสือสอบ ก็สอบได้เกรดสี่? บางเรื่องดันไปรู้เยอะกว่าครู ทำเอาครูเขม่นมามากต่อมาก

เวลาว่างและพักเที่ยงทุกวันจะเข้าห้องสมุด? หนังสือประมาณ
สามชนิดที่อ่าน มีหนังสือธรรมะ วารสารเกษตร? แล้วก็นิตยสารใกล้หมอ

ฉะนั้น เรื่องสุขภาพ รู้เป็นหนึ่ง เกษตรก็รู้ไม่ใช่ย่อมๆ?
เรื่องศาสนา ไม่รู้จริงอย่ามาสอนปาล์ม เพราะอ่านรู้หมดแล้ว

ส่วน เรื่องการปฏิบัติก็ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้อะไร เพิ่มเติม ได้เหมือนเดิมคือฝันแม่น
แต่ญาณที่อยากได้ ไม่มีมาเลย ญาณอ่านใจคนอยากได้มากๆ แต่ไม่ได้สักที

ม.ปลาย ก็ปฏิบัติเรื่อยๆ ไปเร่งเอาอีกที สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

เพราะ ว่าสมัยเรียน ช่วงเครียดๆ หรือว่างๆ? ก็จะเข้าเว็บธรมะศึกษาแนวปฏิบัติ
เริ่มศึกษามากขึ้น ชอบที่สุดสายการปฏิบัติ แนวหลวงพ่อวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

ปีหนึ่ง ปีสอง สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก่อนนอนแทบทุกวัน วันไหนไม่ได้ทำ
ขอบอกว่านอนไม่หลับ เพราะจิตมันคุ้นเคย เหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง

ปี สาม ปีสี่มาอยู่หอนอก ปฏิบัติได้เต็มที่ สองทุ่มเริ่มเลย สวดมนต์ นั่งกรรมฐาน
แผ่กุศลทุกวัน? วันไหนไม่ทำนอนไม่หลับ เสร็จแล้วจึงอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน

เดือนธันวาคม? ตอนเรียนปีสี่ ไปวัดท่าซุง? เพื่อฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลัง
ไปกันสามคน มีรุ่นน้องสองคน ไปก่อนหนึ่งวัน ไปฝึกมโนมยิทธิครึ่งกำลังก่อน

แต่ ก็ไม่ได้ตามเคย ฝึกปุ๊ป สมาธิดิ่งเลย เพราะเราเคยฝึกดิ่งมา
วันฝึกใหญ่ ก็ไม่ได้ สรุปแล้ว กลับไปโดยเปล่า ไม่ได้ฤทธิ์? ได้แค่ไปทำบุญ

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เลยปลงตก ว่าคงไม่ได้แล้วหล่ะชาตินี้

ไม่ได้ก็ไม่เอาแล้วหล่ะ? อย่างไรเสียเราก็เชื่อว่า บาปบุญมีจริง
ชาตินี้ ชาติหน้ามีจริง จะค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ไม่ละการทำดี

ฝึกมาจนจะแก่ตาย? จับกสิณ ทำมาหลายอย่าง?
ฝึกแล้วปรับแล้วไม่ได้สักที? หลายคนมาช่วยฝึกให้แล้ว? ยังไม่ได้เลย

จน เรียนจบปีสี่? ยังไม่ได้อะไร? ช่วงที่ตกงานคือเรียนจบยังไม่ได้งานนั้น
จึงปั้นพระพุทธรูปเองที่บ้าน เตรียมถวายไว้วัด แต่ทำไปๆ ไม่ค่อยสวย
เลยขึ้นไปดูงาน ไปดูการปั้นที่วัดป่าปฐมพุทธาราม จ.เชียงราย? ที่วัดหลวงพ่อสมบูรณ์

พอขากลับ? เลยแวะไปเยี่ยมเที่ยวบ้านเพื่อนที่ลพบุรี? นี่แหละทีเด็ดเริ่มแล้ว

จำเป็นต้องนั่งรถ? สายเชียงราย-เข้าโคราช? มันจะผ่านตรงอำเภอโคกสำโรงพอดี?
นั่งรถไปทรมานไป เพราะเส้นทางคดเคี้ยว ทางลงเขาทั้งนั้น

พอจะเข้าจังหวัดลพบุรี? ใกล้ๆ อำเภอโคกสำโรง รถก็วิ่งช้า?
รำคาญมากๆ ก็เลยนั่งภาวนาไปด้วย พุท-โธ ไปเรื่อยๆ

ทันใดนั้น ใจมันรำคาญมากๆ เมื่อไหร่จะถึงสักทีเนี่ย ใจอยากรู้ว่า
ข้างหน้าเป็นอะไร ถึงไหน แต่ขี้เกียจลืมตา? จิตมันพุ่งไปดูข้างหน้า

ทัน ใดนั้น ภาพก็ปรากฏ สถานีโคกสำโรง? เป็นแบบนี้ มีข้าวของอย่างนี้?
รูปร่างหน้าตาสิ่งของ เป็นแบบนี้? แต่ไม่ได้ใส่ใจมาก นึกว่ามั่วไปเอง

แต่รถแล่นผ่านไปประมาณ 10 นาที ถึงสถานีโคกสำโรง
มีเสียงประกาศมา? ที่นี่ สถานีโคกสำโรง เราลืมตาขึ้น

ตกใจมาก? อ้าว เราเห็นตอนหลับตาแบบนี้ทุกอย่างเลย

ตั้งแต่นั้นมา ปาล์มเลยมีความพิเศษขึ้นมา

ด้วย ความที่ใจไม่อยากแล้วนี่เอง? ตัดความอยากได้ นี่เอง ตราบใดที่ความอยากยังมี
จิตมีกิเลสเลยเกิดการหยั่งรู้ไม่ได้ ตัดความอยากได้ใจเลยเกิดความหยั่งรู้

จากนั้นปาล์ม ก็รอเวลาต่อรถจากโคกสำโรง? เข้าลพบุรี ไปลงรถที่ลพบุรี เพื่อนมารับเท่านั้นแหละ ภาพบ้านเพื่อนมาเลย บ้านลักษณะแบบนี้นะ มีเจ้าที่เป็นผู้หญิง มีศาลพระภูมิตรงนี้นะ ตรงนั้นนะ สภาพบ้านเป็นอย่างไร ไม่ต้องพูดครับ รู้หมดแล้ว? รอแค่ไปถึงบ้าน ดูของจริง พอไปถึงบ้านก็ตรงตามสมาธิที่ผุดมา

นับจากวันนั้นเป็นต้น มาปาล์มจึงเริ่ม มีความพิเศษที่สามารถ หยั่งรู้ได้พอสมควร แต่ช่วงนั้นยังไม่มีความคิดว่าจะดูดวงนะครับ เพื่อนก็พาไปเที่ยว ตามที่ต่างๆ นับจากวันนั้นมา เริ่มสนุกกับชีวิต ที่อยู่สองโลก คือโลกปัจจุบัน กับโลกทิพย์

ทุกวันนี้คุยได้พอสมควรว่า ใครคิดไม่ดี ต่อปาล์ม นินทาปาล์ม หรือคิดประทุษร้ายใดๆ ทราบพอสมควร? อ่านใจคนได้บ้าง การดูดวงจึงเป็นเรื่องที่พอดูได้? ไม่ยากเย็นอะไร แค่เจอหน้ามันก็ผุดมาเป็นฉากๆ ว่าชีวิตคนนี้เป็นอย่างไร? แต่ขอบอกว่ากิเลสยังไม่หมดนะครับ? ทุกวันนี้ยังมีกิเลสเท่าคนปกติ แค่มีอะไรที่พิเศษขึ้นมา แล้วความพิเศษก็ไม่ใช่จะได้มาลอยๆ ลมๆ หรือมีมาเองเป็นพรสวรรค์ ความสามารถนี้มาจากการฝึก ตามหลักสูตในศาสนาพุทธ นั่นเอง? ทุกคนสามารถฝึกฝนให้มีได้ หากตั้งใจจริง

มูลเหตุในการช่วยเหลือคน? สงเคราะห์คนด้วยการดูดวงบอกวิธีแก้กรรมและรักษาโรคกรรม

ปกติ ปาล์มเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ตั้งแต่ได้ความสามารถพิเศษจากการนั่งสมาธินั้น? ก็ไม่ค่อยใช้สักเท่าไหร่ นอกเสียจากว่าจะมีญาติธรรมบางท่านมาขอให้ช่วยในบางเรื่อง ให้ช่วยตรวจสอบ เรื่องราวต่างๆ ให้ การวางแผนลงทุนอะไรต่างๆ บ้าง การทำนายล่วงหน้าบ้าง รู้กันเฉพาะกลุ่ม

แต่ช่วงนั้นยังไม่ได้? ดูดวงเจาะลึกให้ท่านใด? ?ไม่ได้เข้าไปยุ่งก้าวก่ายในเรื่องกรรมของคนใด? ตามสมาธิพอหยั่งรู้ สามารถสัมผัสรับรู้ได้? กระทั่งเจ้ากรรมนายเวรของคน? แต่ไม่ยุ่งไม่ก้าวก่าย เพราะถือว่า เป็นกรรมของแต่ละบุคคล ที่ควรจะแก้ไขเอาเอง เราไม่ใช่ผู้จะไปก้าวก่าย ใดๆ? รู้เห็นแต่ไม่ได้ยื่นมือเขาไปช่วย

มูลเหตุของการช่วยเหลือ จริงๆ? คือมีคืนหนึ่ง ประมาณ เดือน? มกราคม 2550? ได้เข้าสมาธิตามปกติ? ที่เคยนั่งของทุกๆวันก่อนนอน? พอนั่งไปจิตเริ่มเข้าสู่ความสงบแล้ว ทันใดนั้นภาพนิมิตก็ปรากฏภาพให้เห็นว่า เพื่อนสนิท ซึ่งเคยเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยประถม จนจบมัธยมปลาย เพื่อนคนนี้นิสัยดีมากๆ ขยันขันแข็ง ใจบุญสุนทาน เป็นที่รักชอบพอของทุกๆคนที่พบเห็น และได้รู้จักเขา

อาศัย อยู่หมู่บ้านข้างๆ กับหมู่บ้านของปาล์ม

ภาพนั้นเห็นตัวเราเองไปกราบศพเพื่อน ที่บ้านของเพื่อนคนนี้ เราไปงานศพของเขา

แต่ ภาพนั้นชัดเจนมาก เหมือนฉายภาพทางทีวี? ดูไปสักครู่ ตกใจจึงรีบลืมตาขึ้น แล้วคิดไปว่า
เห็นทีเราจะบ้าไปเสียแล้ว? เพื่อนเราจะตายไปได้อย่างไร? เขายังหนุ่มๆ อายุเท่าเราแท้ๆ เราคงบ้านิมิตไปแน่ๆ

จากนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจ อะไร ปล่อยไป คิดไปว่าเราอาจจะอุปาทานไปเอง

หลังจากนั้น 1 เดือน ผ่านไป วันนั้นหยุดทำงานพอดี
เวลาประมาณ 11 โมง แม่บอกกับปาล์มว่า? เพื่อนเราตายแล้วนะ? แม่ก็บอกชื่อ

ทาง เรานึกว่าแม่พูดล้อเล่น ไม่นานประมาณสองนาที เสียงคนข้างๆบ้านร้องไห้ขึ้น? เสียงอื้ออึงขึ้น ทางเราตกใจมาก น้ำตาร่วงลงมาอย่างหนัก ไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นจริงๆ จึงได้ตัดพ้อต่อตนเองไปต่างๆนานา? หากเราฉุกใจคิดสักนิด ทบทวนนิมิตดู คงช่วยเพื่อนให้ไม่ตายได้

ประมาณ สองวันต่อมา งานบรรจุศพเข้าอุโมงค์ ศพคนตายโหงทางอิสาน จะไม่เผาทันที จะก่ออุโมงค์ซีเมนต์ เอาศพไว้ก่อน ครบ 3 ปี ถึงเผา? เพื่อนคนนี้โดนสายพานโรงสีข้าวหนีบตายคาที่? พึ่งสร้างโรงสีข้าวใหม่ ไม่ถึงเดือน

ตอนจะเอาศพเข้าบรรจุทางปาล์มเองก็ลางาน เพื่อไปร่วมงาน เสียใจมาก? เพื่อนทุกคนในสมัยเรียน มาร้องไห้กัน เพราะเสียดายเพื่อน เป็นงานศพวัยรุ่น ที่มีคนมาเยอะมาก เยอะมากว่างานศพคนแก่บางคนเสียด้วยซ้ำ? มาโดยไม่ได้เชื้อเชิญด้วย เพราะทุกคนเต็มใจมา เพราะรักคนคนนี้กันมาก คนแก่ร้องไห้กันระงม ตายตอนอายุ 24 ปี คนเลยปัดโทษให้ไปที่เบญจเพลส

ตอนจะเอาศพเพื่อนเข้าบรรจุนั้นแหละ ปาล์มไปอธิษฐานหน้าศพเพื่อนว่า
ต่อ จากนี้ไป หากรู้เห็นอะไรจากสมาธิ เราจะบอกจะกล่าว จะช่วยเหลือ จะไม่นิ่งดูดาย อีกต่อไป

นับจากวันนั้นมา ปาล์มเห็นอะไร ต่ออะไรใครจึงทัก จึงบอก
ให้ไปแก้ พอเขาไปแก้ไข ก็ดีขึ้นทุกคน เลยดีไปแบบปากต่อปาก

จึง ได้กลายไปเป็นเสมือนหมอดูไปโดยปริยาย? ไม่อยากเรียกตนเองว่าหมอดู เพราะจริงๆ เราไม่ได้ไปอยากดูดวงให้ใคร แค่ต้องการช่วยเหลือคนอื่น ตามความสามารถที่เราพอทำได้ จนสุดท้าย? เมื่อคนมามาก เวลาพักจึงไม่มี ทำงานบริษัทเหนื่อยมาทั้งวัน มาเจองานช่วยเหลือคนตอนเย็น กว่าจะได้พัก เกือบๆ ห้าทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเช้าๆ มีคนมารอตั้งแต่ตี 4

ร่าง กายจึงไม่ไหว สุดท้ายจึงลาออกจากงาน มาทำการช่วยเหลือคนเต็มที่
เพราะอย่างน้อยก็ได้มีเวลาทำบุญเต็มที่ และการช่วยเหลือคนตัวเราเองก็ไม่ปฏิเสธที่จะช่วย

การสงเคราะห์คนของปาล์มมีอะไรบ้าง

การ ช่วยเหลือคนของปาล์มทุกวันนี้ ทำอย่างไรที่ไหนบ้าง หลักๆ อยู่ที่อุบลราชธานี ที่สำนักปฏิบัติธรรมเวสสุวรรณ? พุทธอุทยานเวสสุวรรณ จ.อุบลฯ? งานหลักคือสอนกรรมฐาน แนวฝึกฤทธิ์ทางใจ เพื่อพิสูจน์ภพภูมิว่านรกสวรรค์มีจริง

งานรองลงมาคือแนะแนว ทางแก้กรรม ให้คนต่างๆที่มาขอดูดวง ที่จริงไม่อยากเรียกว่าดูดวง? เพราะว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการสนทนาธรรมมากกว่า ชี้แนะ ว่าเขาควร ทำอย่างไรแก้ไข แก้ด้วยการทำทานบ้าง รักษาศีลบ้าง? ตามเหตุปัจจัย และสิ่งที่เจ้ากรรมนายเวร ของคนคนนั้นต่อรองมา

งานต่อมาคือ รักษาโรคแปลกๆ? ที่หมอแผนปัจจุบัน ที่หมอรักษาไม่หาย? ?
โรคโดนไสยศาสตร์มาบ้าง? รักษาโดยการทำน้ำมนต์ ทำสมุนไพร ให้ต้มกินบ้าง

งานต่อมารักษาคนไข้ที่แปลกๆ? โดนผีเข้าบ้าง?
รักษาด้วยการให้ เขาหันมาไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เลิกนับถือผี

กำหนดการช่วงแต่ล่ะเดือน จะลงไปสงเคราะห์คนที่?บ้านกัลยาณธรรมชาวผลบุญ
โดยมีนานเรียกว่า บ้านผลบุญ ซึ่งเป็นบ้านที่ญาติธรรม ได้เปิดอุทิศไว้ให้ใช้ช่วยเหลือคนเต็มที่

สมาธิจิตที่ฝึกดีแล้ว สามารถช่วยเหลือคนได้

จาก ประสบการณ์ช่วยเหลือคนมาเกือบสามปี? ของปาล์ม ตั้งแต่ต้นปี 2550 ถึง ปี 2554 เหมือนการได้เรียนรู้ทุกๆวัน? กรณีแปลกๆ จะมีมาทุกๆวัน? ทางเราเองก็ไม่รู้จะใช้อะไรแก้ไขให้เขา ก็เข้าสมาธิกำหนดจิตไปสักระยะ จะมีภาพผุดขึ้นมา ว่าให้ทำแบบนี้ แล้วจะช่วยเขาได้ เราก็ช่วยเหลือไปตามนั้น

บางทีโรคแปลกๆ เรากำหนดจิตดู ก็จะทราบวิธีรักษา ให้ทำน้ำมนต์แก้ไขบ้าง

บางทีคนโดนผีเข้ามา? ทางเราไม่ได้เรียนมาทางหมอผี? ก็ไม่ทราบวิธีที่จะแก้ไข

ก็ ใช้วิธี จับไปที่คนป่วย แล้วเพ่งสมาธิลง? ที่คนป่วย สุดท้ายผีจะร้อน? จนทนไหว ก็จะสารภาพ มาว่า? มาเข้าสิงคนทำไม ต้องการอะไร? สุดท้าย ทางเราก็แผ่ส่วนกุศลให้ ขอให้อโหสิกรรม ต่อกันไป คนป่วยก็หายป่วยเป็นปลิดทิ้งไป แล้วบอกให้คนป่วยไปทำบุญ อุทิศให้ผีเหล่านั้นไป

การที่คนมาขอดูดวงแล้วเราเห็นภาพในชีวิต? เขาเป็นฉากๆ การผุดขึ้นของความรู้ที่จิต?
ที่ผุดมาบอกว่า ให้เขาทำอย่างไรบ้างแล้วชีวิตจะดีขึ้น หรือแก้ไข เรื่องที่เขาติดขัดนั้นๆ

การที่แค่เจอหน้าคน? เราก็รู้เป็นฉากๆ? แต่ของเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องวิเศษอะไร
เกิดจากการฝึกสมาธิแล้วทั้งนั้น ฝึกดีๆสามารถทำให้เกิดได้ทุกคน

สื่อจิตสัมผัสจากเจ้าแห่งผู้ปกครองผี ท่านท้าวเวสสุวรรณ กับปาล์ม

ช่วง ที่ยังไม่ได้ลาออกจากงานใหม่ๆนั้น? ปาล์ม เริ่มมีสื่อมาที่จิต หากจะวัดกันทางวิทยาศาสตร์ ก็เรียกกันว่าความฝันแล้วกัน หากจะนับในทางศาสนา พระท่านเรียกว่านิมิต? ท่านท้าวเวสสุวรรณ แต่ก่อนปาล์มเองไม่ค่อยทราบอะไรมาเกี่ยวกับท่าน ทราบเพียงแต่ว่า เป็นเพียงตำนาน หรือเรื่องราวที่ว่า ท่านเป็น หนึ่งในเทวดา ที่ช่วยปกปักรักษาดูแลศาสนาพุทธ

ในนิมิตส่วนตนส่วนตัว? ท่านมาบอกว่า ปาล์มเคยเป็นลูกท่าน ท่านจะมาให้ปาล์มทำหน้าที่ช่วยสงเคราะห์คน ช่วยแก้ไข ให้คนเข้าถึงศาสนาพุทธอย่างแท้จริง เลิกนับถือผีเข้าทรง ให้เข้าถึงไตรสรณคมน์ ช่วยเป็นหลักให้คนเข้าถึงศาสนาพุทธ

แล้ว ท่านได้บอกให้สร้างศาลของท่านขึ้น? โดยสร้างเป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ด้วย?
แล้วท่านบอกให้ออกจากงานประจำ? แล้วมาหน้าที่ช่วยคนเต็มที่

ทางเราก็ไม่ค่อยจะเชื่อนิมิตเท่าไหร่ คิดว่าเราทำงานประจำดีแล้ว?
เงินเดือนก็เยอะดี สบายดี ใช้ชีวิตเป็นคนปกติแหละดีแล้ว

แต่ท่าน? ก็เริ่มมาเร่ง มาสื่อนิมิต? แทบทุกวัน จนเราอึดอัด?
เลยตอบตกลงจะสร้างศาลให้ท่าน แต่ยังไม่ตกลงว่าจะลาออกจากงาน

หลายวันต่อมา

ท่านมาเจรจาต่อรองว่า? ถ้าท่านหาเงินให้ปาล์มได้ ในหนึ่งเดือน
ได้หนึ่งแสนบาท จะเอาไหม แต่เธอต้องลาอกจากงานมาช่วยคน

ทาง เราก็ยอมรับคำท้า จากท่าน? สุดท้าย ท่านหาให้ได้ ในหนึ่งเดือน ได้ยอดบริจาคประมาณ เกือบๆ หกหมื่นกว่า รวมวัตถุมงคลที่ผู้มีจิตศรัทธา ส่งมาให้ร่วมสร้างศาลและบรรจุในรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณ? แต่มูลค่าวัตถุมงคล สิ่งของที่ส่งมา หลายหมื่นแน่ๆ รวมความแล้ว ประเมินคร่าวๆ ทรัพย์สินเกือบ สองแสน เพราะของบางชิ้นหากนำไปขายในตลาดมืด ได้เงินหลักหลายหมื่น พระเครื่องรุ่นเก่าบ้าง? ของที่ไม่สามารถจะตีราคาได้บ้าง ทองคำบ้าง

สุดท้ายเลยต้องลาออกจากงาน มาเพื่อหน้าที่ตามที่ท่านสั่งให้ทำ

รูป ปั้นท่านก็สั่งให้ปั้นเอง ดลจิตดลใจให้เป็นไปเอง? การทำอย่างไร ท่านก็ให้ทำไป? เราก็ทำตามท่าน
หากจะจ้างช่างมา? ท่านก็ไม่ให้ทำ ท่านว่าศีลธรรมไม่มีอย่าเอามาปั้นรูปฉัน สวยไม่สวยช่างมัน ให้เธอทำ

ที่ ตรงสร้างศาลของท่าน เดิมที่เป็นฉางข้าวสวยๆปกติดีนะ? แต่พอตอบตกลงรับปากจะตั้งศาลให้ท่าน
ต้นเสาทุกต้นของฉางข้าวปริแตกเลย ปูนเริ่มร่อน? เสมือนทำให้เรารู้เป็นนัยๆ
ว่า ถ้าไม่รื้อฉางข้าวปีนี้ พังทับคนตายข้าวเสียหายหมดแน่

ต้นไม้ข้างฉางข้าว เริ่มตายยืนทั้งต้น แห้งแล้วหักลงทันใด

สุดท้ายนิมิตเร่งมาอีก ให้รีบสร้าง กลายเป็นสร้างศาลให้ท่านเสร็จภายในเดือน พฤศจิกายน 2551? ?
แล้วคนที่ท่านให้ช่วย เหมือนท่านไปไล่มาเอง มาหาปาล์มแต่ละรายหนักๆทั้งนั้น?
แต่คนมาให้ช่วยไม่เคยขาดมือ? มีมาตลอด กรณีแปลกๆทั้งนั้น

ทุกวันนี้การช่วยคนของปาล์ม? จึงมีครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์อยู่เบื้องหลังคือ ท่านท้าวเวสสุวรรณ
ท่านจะมาสงเคราะห์ เวลาเจอกรณีหนักๆ รักษาโรคกรรมบ้าง ขับคุณไสยฯ ปราบผีบ้าง
ลำพังใช้กำลังแค่ปาล์มคนเดียวเอาไม่อยู่แน่ เพราะกรณีหนักๆทั้งนั้น

บางรายแค่นำมาหาปาล์ม? ยังไม่ทันจะทำอะไร ผีก็ออกเสียแล้ว? ทั้งๆที่เขาไปไล่ผีกันมาหลายสำนัก
หมดเงินทองไปมาก เพราะบารมีท่านท้าวเวสสุวรรณอยู่เบื้องหลัง
ท่านกันให้ การช่วยคนแต่ละราย ก็เอาตามนิมิตที่ท่านสื่อมา

ทุกวันนี้ ปาล์มเองเลยลายเป็นเสมือนวัตถุมงคลเคลื่อนที่? ไปที่ไหน
ความอาถรรพ์ เหมือนสลายลง เพราะมีครูบาอาจารย์เป็นเจ้าของผีนี่เอง

ช่วยเขาเราเจ็บ เมื่อไปยุ่งกับเจ้ากรรมนายเวรคนอื่นมากเกินไป? เราจึงรับแทน

เมื่อ ปาล์มออกมาช่วยคนใหม่ๆนั้น? ยังไม่ค่อยทราบอะไรมากมายว่าการช่วยคนแล้วตนเอง จะเป็นอะไรไปหรือเปล่า มุ่งหมายอย่างเดียวคือการช่วยเหลือเขาให้พ้นทุกข์ ตามความ สามารถที่เราพอจะทำได้? การช่วยคน ที่เขาไม่มีเจ้ากรรมนายเวรมากมาย ก็ไม่ลำบากเราเท่าไหร่ ช่วยแล้วก็ผ่านไป เขาก็มาถามว่า ทำไมไม่มีโชคลาภบ้างเลย เรากำหนดจิตดู

ก็ทราบทันทีว่าของเก่า เขาในอดีตชาติเคยถวายแตงโมกับพระกรรมฐานไว้นะ? หากชาตินี้ เขาได้ถวายแตงโม ทำบุญอีก บุญเก่าและบุญให้เขาจะบรรจบกัน โชคลาภเขาจะเกิดมาก? เราจึงบอกเขาให้ไปทำบุญ ด้วยการถวายแตงโมวัดไหนก็ได้ ทางเขาก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง? ก็ไปทำบุญตามที่เราบอก สรุปแล้ว ผ่านไปประมาณ เดือนหนึ่ง? เขาก็ถูกหวย ได้ลาภลอยไป เกิดมีโชคลาภขึ้น ทีนี้ทำอย่างไร ศรัทธาเรามากๆ แนะคนมาหาเราเยอะเลย กรณีอย่างรายนี้ ไม่ได้ไปแทรกเจ้ากรรนายเวรเขา เราจึงไม่รับเคราะห์ทีหลัง

มี รายหนึ่ง? เป็นผู้หญิง โทรมาสอบถามปาล์มว่า? เป็นอะไรไม่รู้ ป่วยมา หนึ่งเดือนแล้ว ปวดหัว เหมือนเป็นไข้ รักษาไม่หายเลย ทางเราเลยแนะนำไป แล้วก็บอกให้เขาถือสายรอสักครู่? เราอธิษฐานจิตไปว่า ขอให้คนคนนี้หายป่วยโดยฉับพลัน ด้วยอำนาจบุญบารมีที่เราเคยทำมา พออธิษฐานเสร็จ ก็คุยกับเขาต่อสักครู่ แล้วจึงวางสายไป

วันรุ่งขึ้น เขาโทรมาบอกว่า หายป่วยเป็นปลิดทิ้งเลย ขอบคุณเราใหญ่

วัน ต่อไป? คือนับจากวันที่ปาล์มอธิษฐาน นั้นก็คือสองวันต่อมา ปาล์มไข้ขึ้น
อาการปวดตามเนื้อตามตัว ไข้ขึ้น เหมือนที่อาการคนนั้นเป็นทุกประการเลย

ทาง เราลืมนึกถึงประเด็นนี้ไป สุดท้าย เราป่วยอยู่ประมาณสองวัน? รีบทำบุญอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรเขา? จึงหายป่วยแล้วผ่านไปได้? นับจากวันนั้นเป็นต้นมา เริ่มได้บทเรียนที่ว่า ก่อนจะช่วยเขาต้องแผ่บุญให้เจ้ากรรมนายเวรเขาก่อน แล้วก็? ขอเจ้ากรรมนายเวรเขาก่อน ไม่อย่างนั้น ลุยเต็มที่ เขาก็ตามมาเล่นงานเราได้เต็มที่เช่นกัน

บางรายมาให้เราช่วย เหลือ เราก็เจรจากับเจ้ากรรมนายเวรของเขาให้ ว่าคุณไปทำแบบนี้นะ ชีวิตคุณจะดีขึ้น คุณจะหายป่วย ต่อหน้าเราก็รับปากดิบดี หลังจากเราแก้ไขให้ ชีวิตเขาดีขึ้น? พอดีขึ้นแล้ว ลืมเราไปเลย ลืมสิ่งที่เราให้ไปทำบุญแก้ไข สุดท้ายเจ้ากรรมนายเวร เขามาเล่นเราแทน เวลาเราเผลอ ทำให้เราป่วยบ้าง อุบัติเหตุบ้าง? ทุกวันนี้เลยต้องช่วยคนแบบดูดีๆว่าเขาจะแก้ไขไหม หากเขาไม่แก้แน่ๆ ทางปาล์มจะไม่ยอมบอกเลย

ช่วยคนจนตนเองไม่ได้พักเลย

ข่าว คราวหรืความดังที่เป็นไปแบบปากต่อปาก นั้นทำให้มีผู้คนจากทุกสารทิศของเมืองไทยมุ่งมา? เพื่อให้ปาล์มช่วยเหลือบอกกล่าววิธีทางแก้ไขกรรม บ้าง รักษาโรคบ้าง ชี้แนะการปฏิบัติธรรมบ้าง? มีหลายวาระที่แขกมาเยอะจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลย แขกมาหาตั้งแต่ พระอาทิตย์แรกขึ้น คือตั้งแต่ 7 โมงเช้า? คิวไม่ขาดเลย ยาวไปจนถึงตีหนึ่ง หลายวันซ้อน มีเวลาพักแค่ช่วงเข้าห้องน้ำ ถ่ายหนัก ถ่ายเบา เวลารับประทานอาหาร ประมาณ 20 นาที ก็ต้องรีบมาลุยช่วยคนต่อไป? ขนาดยังหนุ่มอยู่ แต่สังขารก็ไม่ไหวเหมือนกัน? ช่วงหลังนี้มาเลยต้องตั้งเวลาไว้ รับแขกแค่ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็นเท่านั้น

ช่วยคนทุกชนชั้นไม่เคยกีดกันหรือเลือกชนชั้นวรรณะใดๆ

การ ช่วยเหลือคนของปาล์มนั้นเป็นไปในทุกชนชั้น? ไม่เคยกีดกันใคร ให้เข้าพบได้ทุกคน? ตั้งแต่ชาวบ้านทั่วไป หาเช้ากินค่ำ บางคนมาปาล์ม มาด้วยความมุ่งมั่นมาก? อยากรู้วิธีแก้ไขกรรมในชีวิตตนเอง ความทุกข์ที่ตนเองได้รับ? ไม่มีเงินค่ารถกลับ ทางปาล์มเองก็ช่วยให้เงินค่ารถเป็นปัจจัยกลับบ้านไป

ถือว่าเราช่วยคนเราไม่ได้มาเอาอะไรจากคน

เศรษฐี ระดับมีเงินเป็นพันล้าน? ก็เคยมาปรึกษา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปดูแลเขาพิเศษอะไร เวลามาถึงก็นั่งพื้นธรรมดาสอบถามกันนี่แหละ ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ การมารับความช่วยเหลือ ต้องลดทิฐิมานะ เป็นการสอนธรรมะให้คนอีกแบบหนึ่ง

เพราะ ที่บ้านผลบุญไม่ได้มีเครื่องใช้ไม้สอยอะไรที่เลิศหรู ไว้ต้อนรับใครใดๆ
คุณเป็นใครมาก็ตาม? เราต้อนรับเสมอกันหมด ช่วยเหลือเท่ากันหมด ไม่ได้กีดกันด้วยเงินตรา

ความดังเร็วเกินไปสร้างศัตรู โดนคุณไสยฯแทบเอาชีวิตไม่รอด

หลัง จากปาล์มลาออกจากงาน หรือสละตนเองออกจากอาชีพการงานส่วนตน? มาช่วยคน นั้น ชื่อเสียงจากการช่วยเหลือคน ทำให้เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างแบบปากต่อปาก? ผลเสียที่ตามมาอย่างหนึ่งคือ มีคนที่มาหาเรา แล้วเราบอกวิธีแก้ไขไป ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น นั้น เขาเอาเรื่องเหล่านี้ไปคุยให้คนอื่นฟังมากๆ บางครั้งได้ยินไปถึงหู อาจารย์ของเขา อาจารย์ในสำนักต่างๆ ที่ทำอาชีพดูดวงบ้าง ทำเสน่ห์ ทำคุณไสยฯบ้าง

ซึ่งเรื่องแบบ นั้น ปาล์มจะแนะนำให้ทุกคนออกห่าง ให้หันมามาพึ่งพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์จะดีที่สุด แล้วเน้นการปฏิบัติธรรมแก้ไขกรรม ซึ่งดีกว่าการไปแก้ที่ปลายเหตุ ด้วยของเหล่านั้น

อีกประการหนึ่งคือ การที่ปาล์มช่วยคนโดยไม่ได้หวังผลใดๆนั้น?
ทำให้หลายที่เสียลาภยศสักการะไป ปาล์มจึงกลายเป็นศัตรูเขาไปโดยปริยาย

เหตุ เกิด วันนั้นเป็นวันหยุด ไม่ได้สงเคราะห์คน ปาล์มกับเพื่อนๆไปดูหนัง พอขากลับที่คอนโด เวลาประมาณ 6 โมงเย็น? ขณะเดินจะเข้าคอนโดนั้น ปาล์มเห็นนิมิต เหมือนเข็มลอยมาในอากาศ แล้วปักเข้าที่ตาด้านซ้าย แต่ปาล์มไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่คิดว่าใครจะทำร้ายเรา เพราะตลอดชีวิต ไม่เคยไปทำร้ายใครเลย เลยไม่ใส่ใจในนิมิตนั้น

แต่ พอตอนตื่นนอนเช้าวันใหม่? ตาข้างซ้ายเจ็บและเคืองมาก? ลืมตาไม่ขึ้น เลยรีบลุกไปล้างหน้า? ส่องกระจกดู โอทำไมตาแดงขนาดนี้หนอ? นึกว่าเป็นตาแดงธรรมดา ยังไม่คิดเป็นเรื่องอื่น จึงปล่อยไป เพราะตาแดง เป็นไม่เกินสองวันก็หาย

แต่ที่ไหนได้ ผ่านไปสามวัน ยังไม่ดีขึ้น

จาก นั้นปาล์มก็เดินทางกลับอุบล? ไปนอนพักที่บ้านเฉยๆ 3 วันผ่านไปไม่ดีขึ้น เลยไปคลินิก
หมอก็ให้ยาทานแก้อักเสบและยาหยอดตามา? ก็ใช้ไปประมาณ อีก 3 วัน? ยังไม่มีอาการดีขึ้น

ทางปาล์มจึงจนปัญญา? สังสัยมันตาแดงแบบไหน ทำไมมันไม่หายสักที? เลยคิดทบทวนไปมา
คิดว่าเห็นทีจะโดนคุณไสยฯเข้าให้แล้ว จึงโทรไปสอบถามทางครูบาอาจารย์

เปรยๆกับท่านว่า? เหมือนผมจะโดนคุณไสยฯ

ทางท่านตอบกลับมาว่า? มันไม่เหมือนแหละ แกโดนเข้าแล้ว เขาปั้นหุ่นแล้วเรียบร้อย

จากนั้นปาล์มจึงสอบถามวิธีแก้ไขจากท่าน จึงรีบแก้ไขด้วยตนเอง
ตอนที่แก้ไขนั้นตาแทบจะแตกเลย เพราะปวดตามากๆน้ำตาไหลตลอด ก็พอทุเลาลง

เรื่อง นี้ได้ยินไปถึงหู? ป้าคนหนึ่งที่รู้จักกันกับปาล์ม? ป้าคนนี้เก่งสมาธิ เคยนั่งกสิณไฟมานาน ป้าเลยบอกให้ปาล์มไปหา จะช่วยแก้ไขให้? พอไปถึงป้าก็ใช้สมาธิแก้ไขให้ เพ่งไฟ เผาสิ่งไม่ดีที่เขาทำใส่ ให้หายออกไป หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงผ่านไป อาการน้ำตาไหลตลอด ได้เริ่มหยุดไหล จากนั้นปาล์มจึงกลับบ้าน วันต่อๆมา อาการของตาที่เจ็บหายเป็นปลิดทิ้งไปเลย? มันก็น่าแปลกที่หมอแผนปัจจุบันรักษาไม่หาย กินยาเปลี่ยนยามาแล้ว สองรอบไม่ดีขึ้น แต่ไปรักษาจากคนที่ใช้สมาธิ กลับหายเป็นปลิดทิ้ง

ถึงได้เข้าใจว่าไสยศาสตร์มีจริง เพราะเดิมทีเข้าใจว่าสมัยนี้ คงไม่มีแล้วคุณไสยฯ

ประมาณ 3 วันต่อมาคุณแม่ปาล์มก็โดนอาการเหมือนกัน
ขณะทำงานอยู่ เหมือนมีเข็มทิ่มมาที่ตา วันต่อมาก็เจ็บตาเหมือนกัน

หากจะว่าเป็นโรคติดต่อ มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะปาล์มและแม่
ไม่ค่อยได้พบกันเลย ช่วงปาล์มป่วย? เป็นไปไม่ได้ที่จะติดโรคตาแดง

ปาล์มจึงถามไปทางคุณยายว่า ทำไมยายไม่โดน

ยาย ตอบกลับมาอย่างหน้าตาเฉยมาก? ระดับฉันไม่โดนหรอกของพวกนั้น ยายคุยใหญ่เลย
ยายบอกว่ายันต์เกราะเพชรที่หลวงพ่อสมบูรณ์ มอบให้ไว้ ยายบูชาไว้อย่างดีเลย

นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้คุณยายรอดจากภัยคุณไสยฯ? ไปได้

และ ที่สำคัญที่สุดคือคนแก่โบราณนั้น จะระแวดระวังภัยเรื่องคุณไสยฯ เป็นพิเศษ เพราะสมัยเราไม่ค่อยมี
แต่สมัยท่านเป็นเด็กๆ หรือวัยรุ่น เรื่องพวกนี้ ถึงทำไม่เป็น แต่จำเป็นต้องรู้วิธีป้องกันตัวเองไว้บ้าง

เมื่อบ้านกลายเป็นที่ปฏิบัติธรรม พุทธอุทยานเวสสุวรรณ? จ. อบลฯ

จาก นิมิตที่ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ คือท่านท้าวเวสสุวรรณ มานิมิตให้สร้างศาลของท่านขึ้น พร้อมกับ ให้เป็นสถานปฏิบัติธรรมด้วยนั้น? ยังความสงนสนเท่ห์ และความโจษจัน ไปมากเพราะคนแถบนั้นไม่เคยเห็นมาก่อน เทียวมาสอบถาม แต่ก็เหมือนประหนึ่งว่าสร้างสิ่งที่ประกาศตนเองว่า พร้อมรับศัตรู เพราะหากได้ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมขึ้น แถบภาคิสานหล่ะก็

หาก ไมแน่จริง? ไม่ตายก็ยุบสำนักกันไปเลย เพราะดินแดนนี้ ยังมากไปด้วยผู้มีวิชาอาคม
แก่กล้า ไสยศาสตร์ ที่พร้อมที่จะมุ่งมาทดสอบปาล์มทุกเวลา

แต่เป้าหมายจริงๆ? ของการตั้งพุทธอุทยานขึ้นมา ก็เพื่อ ให้คนได้ปฏิบัติธรรม? ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งกรรมฐาน? หรืออย่างน้อยก็สร้างที่ให้คนมาเที่ยว มาไหว้ขอพร? ซึ่งอาจจะเข้าใจในศาสนาได้เพียงแค่เปลือก แต่อย่างน้อยก็ดึงคนให้เข้าเรื่องของศาสนาได้บ้าง เพราะบางคนนั้นให้เข้าวัดไม่เข้าเลย แต่หากให้ไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้า ตามอุทยานการศึกษาแบบนี้ มาได้และยินดีมา

ปฏิบัติตนเป็นผู้ให้ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์เด็ดขาด

ช่วง ที่ปาล์มเริ่มออกมาช่วยคนใหม่ๆ ทั้งดูดวงให้บ้าง รักษาโรคให้บ้างนั้น? พอได้ผลเป็นที่ดี ผลการดูดวงแม่น รักษาโรคหาย? คนก็มามากมายจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน? ก็มีคนที่นับถือกันบางส่วน? ทั้งเพื่อน ได้ให้คำแนะนำมาว่า ทำไมไม่เก็บค่าใช้จ่ายแพงๆ? กีดกันคนออกไป เราจะได้ไม่เหนื่อย ได้รายได้ด้วย

ทางปาล์มก็บอกว่า? ไม่ทำหรอก เป้าหมายเราจริงๆ ออกมาช่วยคน ไมได้มาหาเงิน?
รับไว้พอเราไม่เดือดร้อนพอ? หากเราจะมาเพื่อหาเงิน? สู้เราไม่ลาออกจากงาน
ใช้ชีวิตทางโลกไปตามเคยจะไม่ดีกว่าหรือ? จะออกมาทำไม

ลูก ศิษย์บางคน หรือคนที่รู้จักบางคน จะดึงไปให้ดัง หรืจะโปรโมทให้ดัง เหมือนคนอื่นๆ ที่ออกทีวีบ้าง เขียนหนังสือขายบ้าง ทางปาล์มก็ขอยับยั้งไว้ ไม่ขอออกตัวแบบนั้นเด็ดขาด? เพราะเป้าหมายจริงๆของเรามีอยู่ ไม่ได้มาหาเงิน ให้ตนเองรวย เราออกมาช่วยคน หากไปดัง ไปกีดกันการช่วยคน ด้วยการตั้งค่าใช้จ่ายแพงๆ แล้วคนตกทุกข์ได้ยากที่ไหน เขาจะเข้าถึงเราหล่ะ

ปาล์มจึงขอคงตัวอยู่ที่เท่านี้ ไม่สนใจเรื่องดัง ไม่สนใจเรื่องรวยจน
ช่วยทุกคน? ขอทำไปเรื่อยๆ ได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น ขอช่วยคนมากที่สุดเท่าที่ทำได้

ผลบุญ.ดอทคอม? เว็บไซต์ ที่ช่วยเหลือบอกวิธีแก้ไขกรรม รวมไปถึงการทำบุญ เป็นเว็บไซต์ศูนย์กลาง ที่ปาล์มใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่เกร็ดความรู้ในการแก้ไขกรรม สอบถามปัญหาต่างๆ ในการไปทำบุญแก้ไขกรรมบ้าง ปัญหาในชีวิตของแต่ละคน หรือเรื่องราวต่างๆ ในการแก้ไขกรรม ซึ่งมาจากสมาชิกเว็บ มาจากนิมิตปาล์มบ้าง ที่ได้บอกให้คนไปแก้ไขกรรม แล้วชีวิตเขาดีขึ้น จึงได้นำมาลงไว้ในเว็บ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ความรู้

ท่าน ที่ประสงค์จะมารับการแก้ไข บอกทางสว่างชีวิต หรือ การรักษาโรค กับ อ.ปาล์ม

สามารถมาได้ ณ สถานที่หลัก คือ

พุทธอุทยานเวสสุวรรณ ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ดูตามตารางปฏิทินที่ขึ้นไว้