วิธีแก้กรรม ภูมิแพ้ผิวหนัง และ อานิสงส์การกวาดลานวัด โดย อ.ปาล์ม

Saturday, January 25th, 2014

วิธีแก้กรรมจุดนี้นะครับ

ให้สมาทานศีลห้าก่อน

จากนั้นจุด เทียน 2 เล่ม ธูป 3 ดอก บูชาพระรัตนตรัย ชุมนุมเทวดาด้วยให้ท่านมาร่วมโมทนาบุญ

1.หาทองคำเปลว 10 แผ่น ปิดทองพระพุทธรูป ที่วัดไหนก็ได้ ตามจุดที่ร่างกายเราเป็น เช่น แขนเราเป็นก็ปิดตรงแขนพระ เรียกศัพท์ไม่เหมาะโทษทีนะครับ ไม่สันทัด แล้วอุทิศกุศลให้นายเวรตรงที่เราเป็น

2.ถวายสบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน น้ำยาล้างห้องน้ำ แปรงสีฟัน แปรงล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำล้างจาน ของพวกนี้พระได้ใช้แน่นอน ดีกว่าถวายสังฆทานถังเหลืองที่ท่านมักจะไม่ได้ใช้เท่าไหร่ บุญจากการซักล้างนี้จะช่วยมาขัดผิวเราเอง อย่าลืมอุทิศบุญให้นายเวร

3.หาเวลาว่างๆไปล้างห้องน้ำวัด เก็บกวาดทำความสะอาดวัด แล้วก็ช่วยเป็นธุระในการเตรียมภัตตาหาร หรือน้ำดื่มถวายพระ ไปช่วยเก็บช่วยล้างจาน

อานิสงส์ของการกวาดลานวัด
คนโบราณเขาเชื่อถือกันมาว่า ผู้ที่มีโรคผิวหนังพุพองหรือโรคเรื้อน ถ้าได้มาเก็บขยะเก็บใบไม้ที่ล่วงหล่นปัดกวาดลาดวัดให้สวยงามสอาดตาแล้วนั้น เชื่อกันว่าจะทำให้ผิวพรรณวรรณะงดงามและทำให้โรคร้ายหายไปได้ การกวาดวัดนี้มีอานิสงส์ถึง ๕ อย่างคือ

๑. บุคคลเห็นเข้าก็เลื่อมใส
๒. เทวดาเห็นเข้าก็เลื่อมใส
๓. จิตของผู้กวาดตั้งสมาธิได้เร็ว
๔. ผิวพรรณวรรณผ่องใส

๕. เมื่อตายดับสังขารจากโลกนี้ไปแล้วก็ไปบังเกิดในภพภูมิสวรรค์

นี่คือผลอานิสงส์ของการเก็บปัดกวาดลานวัด ส่วนพระนางโรหิณีกวาดศาลาที่พระนางสร้างเองนั้น เมื่อพระนางสิ้นชีพแล้วก็ไปบังเกิดบนสวรรค์ดาวดึงส์ แต่สถานที่พระนางไปเกิดนั้นแปลกกว่าคนอื่น คือ ไม่ได้ไปเกิดในวิมานของใคร พระนางไปเกิดอยู่ในระหว่างพรหมเทพบุตรทั้ง ๔ จึงเกิดปัญหาขึ้น เทพบุตรทั้ง ๔ ต่างก็พูดว่า นางเทพธิดานี้เป็นสมบัติของตน ต้องการจะเอามาเป็นภรรยา เมื่อตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดก็นำเรื่องไปกราบทูลท้าวสักกเทวราชเพื่อให้ทรงตัดสิน ท้าวสักกเทวราชทรงเห็นพระนางแล้วก็เกิดความรักขึ้นจึงตรัสถามเทพบุตรทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายเห็นนางแล้วรู้สึกอย่างไร

  • เทพบุตรองค์หนึ่งได้กราบทูลว่า เมื่อเห็นนางแล้ว
    จิตของข้าพระองค์เต้นแรงเหมือนกับกลองศึก ไม่อาจจะสงบนิ่งอยู่ได้
  • เทพบุตรอีกองค์ที่สองก็กราบทูลว่า เมื่อเห็นนางแล้ว
    จิตของข้าพระองค์ถลนออกมาเหมือนตาปู
  • เทพบุตรอีกองค์ที่สามกราบทูลว่า เมื่อข้าพระองค์เห็นนางแล้ว
    จิตของข้าพระองค์เป็นไปโดยรวดเร็ว เหมือนกับน้ำที่ตกจากภูขา
  • เทพบุตรองค์ที่สี่กราบทูลว่า เมื่อข้าพระองค์เห็นนางแล้ว
    ใจเต้นเหมือนกับธงที่ปักไว้บนยอดเจดีย์ สะบัดอยู่ ไม่หยุดนิ่ง
  • ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า ท่านทั้งสี่เห็นนางเทพธิดานี้แล้วยังพออยู่ได้ แต่ข้าพเจ้านี้
    ถ้าหากไม่ได้นางเทพธิดาองค์นี้เป็นพระชายาแล้วจะต้องตาย
    เทพบุตรทั้งสี่นั้นก็กราบทูลว่า พวกข้าพระองค์ไม่ต้องการให้พระองค์ถึงสวรรคต
    ขอมอบนางเทพธิดาองค์ให้เป็นสิทธิ์ของพระองค์
    ดังนั้น พระนางโรหิณีที่ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ได้เป็นที่โปรดปรานของท้าวสักกเทวราช